กฎการแข่งขัน

  • นักกีฬาจะต้องมีอายุครบ 18 ปีในวันที่แข่งขัน (อายุคำนวณ โดยนำปี พ.ศ. 2563 ลบด้วย ปี พ.ศ. เกิด)
  • การชี้แจงกฎกติกาสำหรับประเภท100 กม. และ 50 กม. ในวันศุกร์ที่ 31 มกราคม 2563 ณ ฟาร์มวรนาถ ซึ่ง ผู้เข้าร่วมจะต้องนำหมายเลขวิ่งของตนมาแสดงเพื่อการเช็คชื่อเข้าร่วมการชี้แจงกฎกติกา หากผู้เข้าแข่งขันไม่ได้เข้าร่วม จะถูกเพิ่มเวลา 30 นาทีในผลการแข่งขัน

17.30 น. – 18.30 น. ชี้แจงกฎกติกาป็นภาษาอังกฤษ
18.30 น. – 19.00 น. ชี้แจงกฎกติกาป็นภาษาไทย

  • นักกีฬาจะต้องวิ่งตามเส้นทางที่กำหนดเท่านั้น ห้ามใช้ทางลัด หากหลงทางให้ย้อนกลับไปจุดที่พบเครื่องหมายนำทางครั้งสุดท้าย
  • หากต้องการความช่วยเหลือด้านการปฐมพยาบาล ให้ติดต่อผ่านหมายเลขโทรศัพท์บนรายชื่อฉุกเฉินได้ทันที ซึ่งจะอยู่ในแผนที่เส้นทางการแข่งขันที่จะให้ไว้ในถุงของที่ระลึก และให้รอรถที่จะมาช่วยเหลือและเพื่อเคลื่อนย้ายออกจากการแข่งขัน
  • สามารถช่วยเหลือนักกีฬาเฉพาะในบริเวณจุดเช็คพอยท์เท่านั้น ไม่อนุญาตให้มีผู้ติดตามคอยช่วยเหลือนักกีฬาบนเส้นทางการแข่งขัน ซึ่งจะส่งผลให้นักกีฬาถูกตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขันได้
  • นักกีฬาประเภท 100กม. จะมีการตรวจเช็คอุปกรณ์การแข่งขันที่เช็คพอยต์ 5 เพื่อเช็คว่า นักกีฬามีน้ำที่เพียงพอก่อนไปจุดต่อไป หากไม่มีการบรรจุน้ำให้เพียงพอจะถูกตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขันได้
  • นักกีฬาประเภท 50 กม. และ 100กม. จะต้องมีการนำอุปกรณ์บังคับติดตัวตลอดระยะการแข่งขัน โดยจะมีการสุ่มเช็คระหว่างการแข่งขัน หากนักกีฬามีอุปกรณ์บังคับไม่ครบจะมีการพิจารณาให้ปรับโทษเวลาหรือถูกตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขันได้
  • นักกีฬาต้องสวมชิพจับเวลาที่ข้อเท้าทุกครั้งที่วิ่งผ่านเสื่อจับเวลาที่แต่ละจุดเช็คพอยท์ และเส้นชัยเพื่อบันทึกผล การไม่มีผลเวลาบันทึกในแต่ละเช็คพอยท์ จะถูกตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขันได้
  • ติดหมายเลขวิ่งของตนเองไว้ด้านหน้าให้เห็นได้ชัดเจนเท่านั้น วิธีการติดฺBIBที่ถูกต้อง
  • หากพบว่ามีเจตนาฝ่าฝืนกฎ กรณีใช้หมายเลขวิ่งผู้อื่นลงแข่งขัน หรือ แข่งขันผิดประเภทจากที่สมัคร จะถูกปรับออกจากการแข่งขัน หรือถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขันซึ่งจะมีผลต่อผลการแข่งขันทุกอย่างของนักวิ่งจะเป็นโมฆะทั้งหมด
  • หากต้องการออกจากการแข่งขัน นักกีฬาต้องถอด Chip ทันที พร้อมทั้งแจ้งเจ้าหน้าที่การแข่งขันที่อยู่บริเณนั้น และให้รอรถเพื่อไปส่งที่บริเวณจุดปล่อยตัว กรุณาคืนชิพจับเวลาให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่หลังเส้นสัย
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของกรรมการสนามอย่างเคร่งครัด
  • ห้ามทิ้งขยะบนเส้นทางแข่งขัน
  • คำตัดสินของกรรมการถือว่าสิ้นสุด

 

การประท้วง

นักกีฬาที่มีความประสงค์จะประท้วง/ร้องเรียน ผลการตัดสิน/กรรมการ/ผู้เข้าร่วมแข่งขันอื่น จะต้องยื่นหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการจัดการแข่งขันภายใน 30 นาที หลังเข้าเส้นชัย และ/หรือ ออกจากการแข่งขัน ทั้งนี้การยื่นคำร้องดังกล่าว ต้องเสียค่าธรรมเนียม จำนวน 1,000 บาท ซึ่งจะได้รับคืนเมื่อผู้ประท้วง ได้รับการยืนยันความถูกต้อง และไม่ผิดตามข้อเท็จจริงเท่านั้น  คำตัดสินของผู้อำนวยการแข่งขันถือว่า เป็นที่สิ้นสุด ไม่มีการอุทรณ์ใดๆ ทั้งสิ้น กรณีประท้วงความเท็จ หรือ สร้างเหตุจูงใจใดๆ เพื่อสร้างสถานการณ์ ผู้ประท้วงอาจถูกขึ้นบัญชีดำในปีต่อไป

หมายเหตุ
นักกีฬาต้องสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และกรรมการทุกคนด้วยความสุภาพ กรณีใช้ถ้อยคำ กิริยา ไม่เหมาะสม และ/หรือ รุนแรง ผู้จัดฯมีอำนาจในการปรับออกจากการแข่งขันทันที

การจำกัดเวลา

ประเภท เวลาปล่อยตัว จำกัดเวลา
100 กม. 4.30 AM 18½ ชั่วโมง
50 กม. 5.00 AM 9½ ชั่วโมง
25 กม. 6.30 AM 5½ ชั่วโมง
15 กม. 7.10 AM 3½ ชั่วโมง

กำหนดเวลา คัท-ออฟ

ประเภท 100 กม. เวลาคัท-ออฟในแต่ละจุด

  • เช็คพอยท์ 5 (50 กม.) เวลา 13.00 น. (8 ชั่วโมง 30 นาที)
  • เช็คพอยท์ 1 (58 กม.) เวลา 14.36 น. (10 ชั่วโมง 6 นาที)
  • เช็คพอยท์ 2 (70 กม.) เวลา 17.00 น. (12 ชั่วโมง 30 นาที)
  • เช็คพอยท์ 3 (80 กม.) เวลา 19.00 น. (14 ชั่วโมง 30 นาที)
  • เช็คพอยท์ 4 (89 กม.) เวลา 20.08 น. (15 ชั่วโมง 38 นาที)
  • เส้นชัย (100 กม.) เวลา 23.00 น. (18 ชั่วโมง 30 นาที)

หมายเหตุ นักกีฬาประเภท 100 กม. ต้องผ่านการตรวจร่างกายจากทีมแพทย์ ณ จุดเช็คพอยท์ที่ 5 (กิโลเมตรที่ 50) ระหว่างเวลา 12.00 น. – 13.30 น. เพื่อรับรองสภาพร่างกายสำหรับรอบถัดไป

ประเภท 50 กม.

  • จุดคัท-ออฟอยู่ที่เส้นชัย (50 กม.) เวลา 14.30 น. (9 ชั่วโมง 30 นาที)

ประเภท 25 กม.

  • จุดคัท-ออฟอยู่ที่เส้นชัย (25 กม.) เวลา 12.00 น. (5 ชั่วโมง 30 นาที)

ประเภท 15 กม.

  • จุดคัท-ออฟอยู่ที่เส้นชัย (15 กม.) เวลา 10.40 น. (3 ชั่วโมง 30 นาที)

ขั้นตอนการคัท-ออฟ : นักกีฬาประเภท 100 กม. จะต้องถึงจุดเช็คพอยท์ก่อนเวลาคัท-ออฟ  หากถึงหลังเวลาที่กำหนดจะถูกปรับออก กรรมการสนามจะทำการคัท-ออฟในแต่ละจุดเช็คพอยท์ นักกีฬาจะต้องคืนชิพจับเวลาและหมายเลขวิ่ง  พร้อมหยุดวิ่งทันที นักกีฬาต้องปฏิบัติตามคำตัดสินของกรรมการอย่างเคร่งครัดและถือว่าเป็นที่สิ้นสุด

หมายเหตุ ขอสงวนสิทธ์ในการเปลี่ยนเวลาคัท-ออฟ

สัมภาระบังคับ

อุปกรณ์ 100 กม. 50 กม.
เป้หลังบรรจุน้ำ / สายคาดบรรจุน้ำ/ ขวดน้ำที่มีความจุ* 2 ลิตร 2 ลิตร
ชุดไฟฉายสวมหัว (พร้อมแบตเตอรี่สำรอง)*
โทรศัพท์มือถือ (ชาร์ตแบตเตอรี่เต็ม)*
อาหาร,อาหารเสริมชนิดแท่ง และเจลให้พลังงาน
นกหวีด
แผนที่เส้นทางวิ่ง (ที่ทางผู้จัดฯ ได้จัดเตรียมให้)

นักกีฬา 100 กม. และ 50 กม. ต้องปฏิบัติดังนี้ 

  • นักกีฬาจะต้องมีเป้/อุปกรณ์บรรจุน้ำตามความจุบังคับและอุปกรณ์บังคับครบถ้วนก่อนปล่อยตัวและจนจบการแข่งขัน
  • นักกีฬาจะต้องมีเป้/อุปกรณ์บรรจุน้ำตามความจุบังคับก่อนปล่อยตัวโดยเจ้าหน้าที่จะตรวจเช็คสัมภาระบังคับ ณ ทางเข้าจุดปล่อยตัว หากนักกีฬาคนใดมีอุปกรณ์บังคับไม่ครบถ้วนจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าแข่งขัน
  • เพื่อความปลอดภัยจะมีการสุ่มตรวจระหว่างการแข่งขัน หากสัมภาระบังคับไม่ครบ ไม่อนุญาตให้แข่งขันต่อจนกว่าจะหาสัมภาระบังคับให้ครบ
  • ต้องเข้าเส้นชัยพร้อมสัมภาระบังคับ และ เป้/อุปกรณ์บรรจุน้ำ ไม่อนุญาตให้ทิ้งสัมภาระบังคับระหว่างแข่ง หากเข้าเส้นชัยโดยไม่มีสัมภาระบังคับ และ เป้/อุปกรณ์บรรจุน้ำ นักกีฬาจะถูกทำโทษด้วยการปรับเวลา หรือ ถูกตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขัน นักกีฬาจะต้องใช้อุปกรณ์บรรจุน้ำที่ได้มาตรฐานและเป็นระบบสากล ตัวอย่างเช่น เป้หลังบรรจุน้ำ หรือสายคาดบรรจุน้ำ เป็นต้น
  • ปริมาตรน้ำสำหรับนักวิ่ง 100 กม. 75 กม. และ 50 กม. คือจำนวน 2 ลิตร ทั้งนี้สามารถคำนวณรวมปริมาตรจากภาชนะอื่นๆ ไม่อนุญาตให้ใช้หรือถือขวดน้ำดื่มพลาสติก ข้อแนะนำสำหรับนักวิ่งเทรล คือ มือจะต้องว่างพร้อมช่วยเหลือตนเองในภาวะฉุกเฉินได้ในทันที
  • ชุดไฟฉายสวมหัวความสว่างขั้นต่ำ 70 ลูเมน พร้อมถ่านสำรอง เนื่องจากเส้นทางการแข่งขันขรุขระ และ มีเวลาการแข่งขันในช่วงที่ไม่มีแสงสว่าง ไม่อนุญาตให้ใช้ไฟฉายแบบถือ แทนที่ไฟฉายสวมหัวได้
  • โทรศัพท์มือถือแนะนำให้ชาร์ตแบตเตอรี่ให้เต็มก่อนการแข่งขัน

 อุปกรณ์แนะนำ

  • รองเท้าวิ่งเทรล
  • กระเป๋ากันน้ำใส่โทรศัพท์มือถือ
  • หมวกสำหรับวิ่ง
  • ไม้ไต่เขา
  • ครีมกันแดด
  • โลชั่น ครีม หรือเจลหล่อลื่น เพื่อลดการเสียดสี
  • แว่นกันแดดกีฬา
  • ถุงเท้าสำรอง 1 คู่
  • ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น
  • แบตเตอรี่สำรองสำหรับโทรศัพท์มือถือ
  • อุปกรณ์นำทาง (GPS)

การฝากถุงสัมภาระสำรอง

นักกีฬาระยะ 100 กม. และ 50 กม. ได้รับสิทธิ์ฝากถุงสัมภาระสำรองสูงสุดถึง 5 ใบ เพื่อใช้ในจุดเช็คพอยท์ทั้ง 5 จุด (1 ใบต่อ 1 เช็คพอยท์) นักกีฬาสามารถนำสิ่งของที่ต้องการใช้ระหว่างการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริมให้พลังงาน เครื่องดื่มเกลือแร่ เสื้อผ้า หรือ ยาประจำตัวต่างๆ ซึ่งทางผู้จัดฯจะนำส่งถุงแต่ละใบไปที่จุดเช็คพอยท์แต่ละจุดตามที่ระบุ

นักกีฬาต้องนำฝากถุงสัมภาระสำรองในวันศุกร์ที่ 31 มกราคม 2563 เวลา 14.00 น. – 20.00 น. เท่านั้น ณ บริเวณที่รับของที่ระลึก ที่ฟาร์มวรนาถ โดยจะไม่มีการรับฝากถุงสัมภาระสำรองหลังจากเวลาที่ระบุดังกล่าว หรือในเช้าวันแข่งขัน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

หมายเหตุ ไม่มีการบังคับฝากถุงสัมภาระทุกจุด จำนวนถุงสัมภาระขึ้นอยู่กับความต้องการของนักกีฬา แต่จะฝากได้ไม่เกิน 5 ใบ (1 ใบ ต่อ 1 เช็คพอยท์) ถุงสัมภาระทุกใบควรกันน้ำได้ รวมทั้งเขียนชื่อ เบอร์วิ่ง และ จุดเช็คพอยท์ที่ต้องการฝาก (เช็คพอยท์เบอร์ 1 ถึง 5) กรุณาอย่าใส่ของมีค่าในกระเป๋าฝาก ผู้จัดฯไม่รับผิดชอบกรณีสูญหาย

หลังจากวันแข่งขัน นักกีฬาสามารถมารับถุงสัมภาระสำรองที่ฝากไว้ที่เช็คพอยต์ต่างๆ ได้ในวันอาทิตย์ที่
2 กุมภาพันธ์ 2563 ตั้งแต่เวลา 10:00 น. – 16:00 น. ที่สิมารินทร์รีสอร์ต เขาใหญ่